Search
Close this search box.

Category: Press Releases

JMGO เตรียมยกระดับการฉายภาพแบบเลเซอร์ด้วย MALC™ 2.0 เทคโนโลยีเลเซอร์สามเลนส์ที่งาน IFA 2024

พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโปรเจคเตอร์ ด้วยความสว่าง คอนทราสต์ และการถ่ายทอดสีที่เหนือชั้น โดยสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ในคราวเดียว เบอร์ลิน, Sept. 05, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — JMGO ผู้นำด้านเทคโนโลยีออปติค จะเปิดตัวเทคโนโลยี MALC (Microstructure Adaptive Laser Control) 2.0 ระบบเลเซอร์สามเลนส์ที่พัฒนาขึ้นภายในบริษัท ในงาน IFA 2024 ณ กรุงเบอร์ลิน นวัตกรรมนี้ถูกตั้งเป้ามาเพื่อกำหนดนิยามใหม่ให้กับการฉายภาพด้วยเลเซอร์ โดยเอาชนะความท้าทายที่มีมาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการฉายภาพ กล่าวคือการทำให้มีความสว่าง คอนทราสต์ และสีที่อยู่ในระดับสูงได้สำเร็จในคราวเดียวกัน เทคโนโลยีเลเซอร์เป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสว่างและสีที่เหนือกว่าระบบที่ใช้ LED และหลอดไฟ อย่างไรก็ตาม การต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างความสว่าง คอนทราสต์ และสี ถือเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับทั้งโปรเจคเตอร์แบบเลเซอร์และแบบไฮบริดที่ใช้เลเซอร์/LED โดยทั่วไป การเพิ่มความสว่างจะลดคอนทราสต์และทำให้สีเพี้ยนจากความเป็นจริง ขณะที่การให้ความสำคัญกับสีนั้นจะส่งผลให้ความสว่างลดลงอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทำให้ประสบการณ์การรับชมโดยรวมด้อยลง เทคโนโลยี MALC 2.0 Triple Laser Optics ของ JMGO ก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ได้ โดยทำให้โปรเจ็กเตอร์ในซีรีส์ N1S สามารถให้ความสว่างได้สูงสุดถึง 3,500 ANSI lumens ขณะเดียวกันยังคงรักษาอัตราคอนทราสต์แบบ FOFO ที่น่าประทับใจที่ 1,600:1 และครอบคลุมมาตรฐาน BT.2020 ได้ถึง 110% ด้วยความแม่นยำของสีที่ Δ<1 ซึ่งหมายความว่าผู้ชมจะได้รับชมภาพที่สมจริงด้วยความสว่างที่โดดเด่น คอนทราสต์ที่ลึก และการถ่ายทอดสีที่แม่นยำ โดยไม่ลดทอนคุณภาพของภาพแต่อย่างใด เครื่องเลเซอร์ MALC 2.0 ซึ่งรวมเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรไว้ 9 รายการ ยังช่วยเพิ่มความสม่ำเสมอของความสว่าง ลดการเกิดจุดเลเซอร์ และปรับปรุงประสิทธิภาพการมองเห็นให้ดีขึ้น โดยทั้งหมดนี้ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงอย่างมาก รายละเอียดของนวัตกรรมเหล่านี้จะนำเสนอในงานแถลงข่าววันที่ 7 กันยายน เวลา 14:00 น. “MALC 2.0 Triple Laser Optics แสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของเราในการเอาชนะความท้าทายที่ยากที่สุดในอุตสาหกรรม” Forrest Li ประธานกรรมการบริหารของ JMGO กล่าว “ในฐานะผู้นำด้านการฉายภาพด้วยเลเซอร์ พวกเราได้อยู่ระดับแนวหน้าของความก้าวหน้าทางการวิจัยและพัฒนา

JMGO เตรียมยกระดับการฉายภาพแบบเลเซอร์ด้วย MALC™ 2.0 เทคโนโลยีเลเซอร์สามเลนส์ที่งาน IFA 2024

พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโปรเจคเตอร์ ด้วยความสว่าง คอนทราสต์ และการถ่ายทอดสีที่เหนือชั้น โดยสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ในคราวเดียว เบอร์ลิน, Sept. 05, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — JMGO ผู้นำด้านเทคโนโลยีออปติค จะเปิดตัวเทคโนโลยี MALC (Microstructure Adaptive Laser Control) 2.0 ระบบเลเซอร์สามเลนส์ที่พัฒนาขึ้นภายในบริษัท ในงาน IFA 2024 ณ กรุงเบอร์ลิน นวัตกรรมนี้ถูกตั้งเป้ามาเพื่อกำหนดนิยามใหม่ให้กับการฉายภาพด้วยเลเซอร์ โดยเอาชนะความท้าทายที่มีมาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการฉายภาพ กล่าวคือการทำให้มีความสว่าง คอนทราสต์ และสีที่อยู่ในระดับสูงได้สำเร็จในคราวเดียวกัน เทคโนโลยีเลเซอร์เป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสว่างและสีที่เหนือกว่าระบบที่ใช้ LED และหลอดไฟ อย่างไรก็ตาม การต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างความสว่าง คอนทราสต์ และสี ถือเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับทั้งโปรเจคเตอร์แบบเลเซอร์และแบบไฮบริดที่ใช้เลเซอร์/LED โดยทั่วไป การเพิ่มความสว่างจะลดคอนทราสต์และทำให้สีเพี้ยนจากความเป็นจริง ขณะที่การให้ความสำคัญกับสีนั้นจะส่งผลให้ความสว่างลดลงอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทำให้ประสบการณ์การรับชมโดยรวมด้อยลง เทคโนโลยี MALC 2.0 Triple Laser Optics ของ JMGO ก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ได้ โดยทำให้โปรเจ็กเตอร์ในซีรีส์ N1S สามารถให้ความสว่างได้สูงสุดถึง 3,500 ANSI lumens ขณะเดียวกันยังคงรักษาอัตราคอนทราสต์แบบ FOFO ที่น่าประทับใจที่ 1,600:1 และครอบคลุมมาตรฐาน BT.2020 ได้ถึง 110% ด้วยความแม่นยำของสีที่ Δ<1 ซึ่งหมายความว่าผู้ชมจะได้รับชมภาพที่สมจริงด้วยความสว่างที่โดดเด่น คอนทราสต์ที่ลึก และการถ่ายทอดสีที่แม่นยำ โดยไม่ลดทอนคุณภาพของภาพแต่อย่างใด เครื่องเลเซอร์ MALC 2.0 ซึ่งรวมเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรไว้ 9 รายการ ยังช่วยเพิ่มความสม่ำเสมอของความสว่าง ลดการเกิดจุดเลเซอร์ และปรับปรุงประสิทธิภาพการมองเห็นให้ดีขึ้น โดยทั้งหมดนี้ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงอย่างมาก รายละเอียดของนวัตกรรมเหล่านี้จะนำเสนอในงานแถลงข่าววันที่ 7 กันยายน เวลา 14:00 น. “MALC 2.0 Triple Laser Optics แสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของเราในการเอาชนะความท้าทายที่ยากที่สุดในอุตสาหกรรม” Forrest Li ประธานกรรมการบริหารของ JMGO กล่าว “ในฐานะผู้นำด้านการฉายภาพด้วยเลเซอร์ พวกเราได้อยู่ระดับแนวหน้าของความก้าวหน้าทางการวิจัยและพัฒนา

Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group ประกาศว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตในยุโรปเป็นสองเท่า

เทเมคิวลา, แคลิฟอร์เนีย, Sept. 04, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases (กลุ่มบริษัท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอุตสาหกรรมในเครือ Nikkiso Co. Ltd. ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองการขยายกิจการผลิตในเมืองเวอร์เซิน รัฐซัคโซนี ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมในพิธีปฐมฤกษ์ พื้นที่เพิ่มเติมนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มบริษัทนี้ที่อยู่ในยุโรปเป็นเกือบสองเท่า การขยายโรงงานของ Nikkiso CE&IG รูปภาพแสดงโรงงานของ Nikkiso ที่ขยายออกไปในเมืองเวอร์เซิน รัฐซัคโซนี ประเทศเยอรมนี ด้วยพื้นที่เพิ่มเติมนี้ กลุ่มบริษัทจะต่อยอดธุรกิจการจับคาร์บอนที่มีอยู่เดิม และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตใหม่ ๆ สำหรับการประกอบปั๊มไครโอเจนิกส์ เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน และสถานีเติมไฮโดรเจน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดสำหรับอุปกรณ์ไครโอเจนิกส์ และโซลูชันโรงงานที่ใช้ในโครงการพลังงานสะอาด เช่น สถานีเติมไฮโดรเจน สถานีแอลเอ็นจี และ“Nikkiso กำลังลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดพลังงานสะอาดและขยายกิจการของเราในเยอรมนี เนื่องจากสภาพตลาดที่เอื้ออำนวยมากขึ้นสำหรับโซลูชันพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ” Peter Wagner ประธานกรรมการบริหาร Nikkiso CE&IG กล่าว การขยายพื้นที่การผลิตและศักยภาพในยุโรปจะช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ และสร้างงานที่มีรายได้ดีให้กับคนในพื้นที่ โดยคาดว่าจะเติบโตราว 20 เปอร์เซ็นต์ในระยะสั้น และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว การขุดครั้งแรกในเมืองเวอร์เซิน ผู้นำของ Nikkiso CE&IG นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐซัคโซนี และเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ร่วมกันขุดดินในพิธีปฐมฤกษ์ของ Nikkiso ในเมืองเวอร์เซิน ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 “Nikkiso มีประสบการณ์อันเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไครโอเจนิกส์ที่มีไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถเทียบเคียงได้” Adrian Ridge ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nikkiso CE&IG กล่าว “โรงงานในเมืองเวอร์เซินจะเป็นศูนย์กลางการผลิตของ Nikkiso ในยุโรป และเสริมศูนย์บริการลูกค้าของเราในนอยเอนบวร์ก” Michael Kretschmer นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐซัคโซนี กล่าวเสริมว่า “การขยายโรงงานของ Nikkiso ในเมืองเวอร์เซินเป็นการลงทุนที่มองการณ์ไกล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของรัฐซัคโซนีในฐานะที่ตั้งธุรกิจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ การเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่าเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่เราภูมิใจได้ ด้วยการตัดสินใจครั้งนี้ Nikkiso จะกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไฮโดรเจนที่พวกเราทุกคนที่รัฐซัคโซนีต้องการพึ่งพาในหลายทศวรรษข้างหน้า ผมรู้สึกยินดีที่เราร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือครั้งนี้ในทิศทางของพลังงานและนวัตกรรมสะอาด นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับเมืองเวอร์เซินและรัฐซัคโซนีในฐานะที่ตั้งธุรกิจ”

Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group ประกาศว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตในยุโรปเป็นสองเท่า

เทเมคิวลา, แคลิฟอร์เนีย, Sept. 04, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases (กลุ่มบริษัท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอุตสาหกรรมในเครือ Nikkiso Co. Ltd. ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองการขยายกิจการผลิตในเมืองเวอร์เซิน รัฐซัคโซนี ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมในพิธีปฐมฤกษ์ พื้นที่เพิ่มเติมนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มบริษัทนี้ที่อยู่ในยุโรปเป็นเกือบสองเท่า การขยายโรงงานของ Nikkiso CE&IG รูปภาพแสดงโรงงานของ Nikkiso ที่ขยายออกไปในเมืองเวอร์เซิน รัฐซัคโซนี ประเทศเยอรมนี ด้วยพื้นที่เพิ่มเติมนี้ กลุ่มบริษัทจะต่อยอดธุรกิจการจับคาร์บอนที่มีอยู่เดิม และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตใหม่ ๆ สำหรับการประกอบปั๊มไครโอเจนิกส์ เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน และสถานีเติมไฮโดรเจน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดสำหรับอุปกรณ์ไครโอเจนิกส์ และโซลูชันโรงงานที่ใช้ในโครงการพลังงานสะอาด เช่น สถานีเติมไฮโดรเจน สถานีแอลเอ็นจี และ“Nikkiso กำลังลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดพลังงานสะอาดและขยายกิจการของเราในเยอรมนี เนื่องจากสภาพตลาดที่เอื้ออำนวยมากขึ้นสำหรับโซลูชันพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ” Peter Wagner ประธานกรรมการบริหาร Nikkiso CE&IG กล่าว การขยายพื้นที่การผลิตและศักยภาพในยุโรปจะช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ และสร้างงานที่มีรายได้ดีให้กับคนในพื้นที่ โดยคาดว่าจะเติบโตราว 20 เปอร์เซ็นต์ในระยะสั้น และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว การขุดครั้งแรกในเมืองเวอร์เซิน ผู้นำของ Nikkiso CE&IG นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐซัคโซนี และเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ร่วมกันขุดดินในพิธีปฐมฤกษ์ของ Nikkiso ในเมืองเวอร์เซิน ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 “Nikkiso มีประสบการณ์อันเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไครโอเจนิกส์ที่มีไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถเทียบเคียงได้” Adrian Ridge ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nikkiso CE&IG กล่าว “โรงงานในเมืองเวอร์เซินจะเป็นศูนย์กลางการผลิตของ Nikkiso ในยุโรป และเสริมศูนย์บริการลูกค้าของเราในนอยเอนบวร์ก” Michael Kretschmer นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐซัคโซนี กล่าวเสริมว่า “การขยายโรงงานของ Nikkiso ในเมืองเวอร์เซินเป็นการลงทุนที่มองการณ์ไกล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของรัฐซัคโซนีในฐานะที่ตั้งธุรกิจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ การเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่าเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่เราภูมิใจได้ ด้วยการตัดสินใจครั้งนี้ Nikkiso จะกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไฮโดรเจนที่พวกเราทุกคนที่รัฐซัคโซนีต้องการพึ่งพาในหลายทศวรรษข้างหน้า ผมรู้สึกยินดีที่เราร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือครั้งนี้ในทิศทางของพลังงานและนวัตกรรมสะอาด นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับเมืองเวอร์เซินและรัฐซัคโซนีในฐานะที่ตั้งธุรกิจ”

Music Licensing, Inc. (OTC: SONG) ประกาศว่าได้ซื้อลิขสิทธิ์เพลง “Thank God I Got It” ของ Desiigner ซึ่งจะช่วยเสริมความหลากหลายและเพิ่มจำนวนดาวเด่นที่มีอยู่มากมายให้กับบริษัท

เนเปิลส์, ฟลอริดา, Sept. 03, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Music Licensing, Inc. (OTC: SONG) บริษัทชั้นนำในธุรกิจด้านดนตรี ยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศได้ซื้อลิขสิทธิ์เพลง “Thank God I Got It” ซึ่งเป็นเพลงของศิลปินชื่อดัง Desiigner การซื้อลิขสิทธิ์นี้เน้นย้ำให้เห็นความมุ่งมั่นของ Music Licensing, Inc. ที่จะกระจายความหลากหลายของทรัพยากรที่มีคุณภาพสูงและสร้างรายได้ให้กับบริษัท Music Licensing, Inc.ได้ชื้อลิขสิทธิ์เพลงชุดหนึ่งด้วยกลยุทธิ์นี้ ซึ่งรวมถีงผลงานเพลงจากศิลปินชื่อดัง เช่น Elton John, Miley Cyrus, Lil Wayne, Rihanna, The Weeknd, Kanye West, Justin Bieber, Mike Posner, Halsey และศิลปินคนอื่น ๆ อีกมากมาย การซื้อสิทธิ์เหล่านี้สอดคล้องกับกลยุทธิ์ของบริษัทที่จะลงทุน ในศิลปินและแนวเพลงที่หลากหลาย เพื่อเสริมสร้างผลงานให้มากขึ้นและดึงดูดผู้ชมได้ทั่วโลก Jake P. Noch ประธานกรรมการบริหารของ Music Licensing, Inc. ได้กล่าวถึงการซื้อสิทธิ์นี้ว่า “การได้ลิขสิทธิ์เพลง ‘Thank God I Got It’ ร่วมกับผลงานจากบริษัทขนาดใหญ่อื่น ๆ ในวงการดนตรี จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทของเราอย่างมากและช่วยให้เราเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ศิลปินแต่ละคนมีเสียงและฐานแฟนคลับเฉพาะตัว ซึ่งเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากค่าลิขสิทธิ์และเสริมความมั่งคั่งให้กับฐานสินทรัพย์ของบริษัทเรา” การที่เพลง “Thank God I Got It” เพิ่มเข้ามาในแคตาล็อกของ Music Licensing, Inc. เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของบริษัทในการใช้ประโยชน์จากผลงานดนตรีที่มีอิทธิพลสูงซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน การลงทุนในลิขสิทธิ์ทางดนตรีที่หลากหลาย ทำให้บริษัทมั่นใจได้ว่ามีศิลปินในสังกัดที่มีความหลากหลาย ตอบสนองรสนิยมที่แตกต่างของผู้ฟังดนตรี และทำให้บริษัทเป็นผู้นำในตลาดวงการดนตรีได้อย่างมั่นคง ฟัง “Thank God I Got It” โดย Desiigner ได้ที่นี่ เกี่ยวกับ Music Licensing, Inc. (OTC: SONG)

Recent Posts