Search
Close this search box.

October 3, 2024

โซลูชัน 5G UPF ที่ประหยัดพลังงานของ Mavenir คว้ารางวัล Leading Lights Network Energy Efficiency

การทำงานร่วมกับ Intel และ NVIDIA ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส, Oct. 03, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟที่สร้างอนาคตให้กับเครือข่ายต่าง ๆ ได้รับรางวัล Leading Lights Network Energy Efficiency สำหรับโซลูชัน 5G User Plane Function (UPF) ที่ประหยัดพลังงาน Mavenir ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอันโดดเด่นด้วยโซลูชัน UPF ซึ่งทำให้ลูกค้าของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ประหยัดพลังงานได้สูง มีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพที่น่าประทับใจนี้มาพร้อมกับการประหยัดพลังงานได้สูงถึง 40% แม้จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่มีความต้องการสูงสุด เช่น ช่วงการโหลดรับส่งข้อมูลเต็ม 100% โดยเกิดจากการใช้เทคโนโลยี NVIDIA ASAP2 Accelerated Switching & Packet Processing ของ Mavenir ซึ่งช่วยให้ Mavenir สามารถเร่งความเร็ว Data Plane หรือส่วนของเครือข่ายที่ทำหน้าที่รับส่งข้อมูล UPF บนโซลูชัน NVIDIA ได้ และมีบทบาทสำคัญในการประหยัดพลังงาน การใช้ประโยชน์จากฟังก์ชัน Intel Infrastructure Power Manager ช่วยส่งเสริมให้ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 62% ในระหว่างที่โหลดข้อมูล 50% และอยู่ในสถานการณ์โหลดขณะไม่ได้ใช้งาน นวัตกรรมที่สำคัญและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถเกิดขึ้นได้จริงเมื่อมีทั้งผู้นำในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สถาปัตยกรรมแบบเนทีฟคลาวด์ของ Mavenir ผสานรวมกับโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable รุ่นที่ 4 และเทคโนโลยีเร่งความเร็ว NVIDIA ConnectX®-6 Dx SmartNIC ได้อย่างลงตัว การผสมผสานอันทรงพลังนี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สองต่อ ทั้งประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นและการประมวลผลแพ็กเก็ตที่มีสมรรถนะสูง Ashok Khuntia ประธาน Core Networks ของ Mavenir กล่าวว่า “เราไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการประหยัดพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเครือข่ายหลัก 5G ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น

โซลูชัน 5G UPF ที่ประหยัดพลังงานของ Mavenir คว้ารางวัล Leading Lights Network Energy Efficiency

การทำงานร่วมกับ Intel และ NVIDIA ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส, Oct. 03, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟที่สร้างอนาคตให้กับเครือข่ายต่าง ๆ ได้รับรางวัล Leading Lights Network Energy Efficiency สำหรับโซลูชัน 5G User Plane Function (UPF) ที่ประหยัดพลังงาน Mavenir ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอันโดดเด่นด้วยโซลูชัน UPF ซึ่งทำให้ลูกค้าของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ประหยัดพลังงานได้สูง มีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพที่น่าประทับใจนี้มาพร้อมกับการประหยัดพลังงานได้สูงถึง 40% แม้จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่มีความต้องการสูงสุด เช่น ช่วงการโหลดรับส่งข้อมูลเต็ม 100% โดยเกิดจากการใช้เทคโนโลยี NVIDIA ASAP2 Accelerated Switching & Packet Processing ของ Mavenir ซึ่งช่วยให้ Mavenir สามารถเร่งความเร็ว Data Plane หรือส่วนของเครือข่ายที่ทำหน้าที่รับส่งข้อมูล UPF บนโซลูชัน NVIDIA ได้ และมีบทบาทสำคัญในการประหยัดพลังงาน การใช้ประโยชน์จากฟังก์ชัน Intel Infrastructure Power Manager ช่วยส่งเสริมให้ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 62% ในระหว่างที่โหลดข้อมูล 50% และอยู่ในสถานการณ์โหลดขณะไม่ได้ใช้งาน นวัตกรรมที่สำคัญและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถเกิดขึ้นได้จริงเมื่อมีทั้งผู้นำในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สถาปัตยกรรมแบบเนทีฟคลาวด์ของ Mavenir ผสานรวมกับโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable รุ่นที่ 4 และเทคโนโลยีเร่งความเร็ว NVIDIA ConnectX®-6 Dx SmartNIC ได้อย่างลงตัว การผสมผสานอันทรงพลังนี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สองต่อ ทั้งประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นและการประมวลผลแพ็กเก็ตที่มีสมรรถนะสูง Ashok Khuntia ประธาน Core Networks ของ Mavenir กล่าวว่า “เราไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการประหยัดพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเครือข่ายหลัก 5G ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น

LeddarTech จัดแสดง LeddarVision ที่งาน AutoSens Europe: นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยโปรเซสเซอร์จาก TI และความร่วมมือกับ Arm

นครควิเบก แคนาดา, Oct. 03, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — LeddarTech®Holdings Inc. (“Leddartech”) (Nasdaq: LDTC) บริษัทซอฟต์แวร์ยานยนต์ ซึ่งให้บริการเทคโนโลยีซอฟต์แวร์เซนเซอร์ฟิวชันและการรับรู้ระดับต่ำที่ขับเคลื่อนด้วย Ai และได้รับการจดสิทธิบัตรอย่าง LeddarVision สำหรับแอปพลิเคชัน Adas, Ad และระบบจอดรถ รู้สึกภูมิใจที่จะเน้นย้ำถึงการมีส่วนสนับสนุนที่สำคัญของ Texas Instruments และ Arm ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ LeddarVision ที่ล้ำสมัยของบริษัท ลูกค้าได้รับเชิญให้มาสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตด้วยเครื่องสาธิต LeddarNavigator ของ LeddarTech ที่งาน AutoSens Europe (8-10 ตุลาคม 2024) การจัดแสดงที่ล้ำสมัยครั้งนี้นำเสนอซอฟต์แวร์เซนเซอร์ฟิวชันและการรับรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงของบริษัทอย่าง LeddarVision พร้อมเน้นย้ำถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์ชั้นนำของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีซอฟต์แวร์นี้เปิดใช้งานด้วยโปรเซสเซอร์ TDA4VE-Q1 ของ Texas Instruments และผสานรวมกับโปรเซสเซอร์ยานยนต์ของ Arm ได้อย่างราบรื่น ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านประสิทธิภาพและศักยภาพ มาพร้อมกับการมีส่วนสนับสนุนของ Arm และ TI ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ LeddarVision: Arm ขับเคลื่อนนวัตกรรม ADAS ด้วยแพลตฟอร์มประมวลผลขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้งานในยานยนต์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของ LeddarVision การปรับปรุงอัลกอริธึมที่เป็นหัวใจสำคัญของประสิทธิภาพภายในระบบการรับรู้และชุดฟิวชัน ADAS สำหรับ CPU ของ Arm ทำให้ Arm และ LeddarTech ลดปัญหาคอขวดในการประมวลผลและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโดยรวมได้สำเร็จโดยใช้ Arm Cortex-A720AE CPU สำรวจความร่วมมือที่ก้าวล้ำนี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น กรณีศึกษานี้ให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการทำงานของทั้งสององค์กรในการพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของนวัตกรรมและเป็นผู้บุกเบิกอนาคตด้านความปลอดภัยในยานยนต์ โปรเซสเซอร์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ TDA4 ของ Texas Instruments (TI) ที่บูรณาการได้ดีเยี่ยมและคุ้มค่า ได้ถูกนำมาใช้ใน LeddarVision Front-Entry (LVF-E) ซึ่งถือเป็นโซลูชันการรับรู้แบบฟิวชันระดับต่ำที่ครอบคลุมตัวแรกในตลาดที่ใช้โปรเซสเซอร์ TDA4VE-Q1 เพียงอย่างเดียว การใช้งานที่มีประสิทธิภาพบนโปรเซสเซอร์ TDA4VE-Q1 ช่วยให้มีต้นทุนระบบต่ำที่สุดสำหรับ ADAS ระดับเริ่มต้น L2/L2+ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพของระบบ TDA4VE-Q1 ที่ประมวลผลเซนเซอร์ฟิวชันในระดับต่ำ มอบการประมวลผลประสิทธิภาพสูงสำหรับทั้งอัลกอริธึมการมองเห็นแบบเดิมและการเรียนรู้เชิงลึก รวมถึงการเร่งความเร็วในการประมวลผลล่วงหน้า เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงในการบูรณาการระบบในขณะที่ใช้พลังงานและต้นทุนของระบบต่ำ สมาชิกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Tda4 ที่สามารถใช้งานร่วมกันทั้งในด้านขาเชื่อมต่อและซอฟต์แวร์ ทำให้สามารถปรับขนาดให้เหมาะกับระบบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าหรือระบบที่มีต้นทุนต่ำกว่า

LeddarTech จัดแสดง LeddarVision ที่งาน AutoSens Europe: นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยโปรเซสเซอร์จาก TI และความร่วมมือกับ Arm

นครควิเบก แคนาดา, Oct. 03, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — LeddarTech®Holdings Inc. (“Leddartech”) (Nasdaq: LDTC) บริษัทซอฟต์แวร์ยานยนต์ ซึ่งให้บริการเทคโนโลยีซอฟต์แวร์เซนเซอร์ฟิวชันและการรับรู้ระดับต่ำที่ขับเคลื่อนด้วย Ai และได้รับการจดสิทธิบัตรอย่าง LeddarVision สำหรับแอปพลิเคชัน Adas, Ad และระบบจอดรถ รู้สึกภูมิใจที่จะเน้นย้ำถึงการมีส่วนสนับสนุนที่สำคัญของ Texas Instruments และ Arm ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ LeddarVision ที่ล้ำสมัยของบริษัท ลูกค้าได้รับเชิญให้มาสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตด้วยเครื่องสาธิต LeddarNavigator ของ LeddarTech ที่งาน AutoSens Europe (8-10 ตุลาคม 2024) การจัดแสดงที่ล้ำสมัยครั้งนี้นำเสนอซอฟต์แวร์เซนเซอร์ฟิวชันและการรับรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงของบริษัทอย่าง LeddarVision พร้อมเน้นย้ำถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์ชั้นนำของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีซอฟต์แวร์นี้เปิดใช้งานด้วยโปรเซสเซอร์ TDA4VE-Q1 ของ Texas Instruments และผสานรวมกับโปรเซสเซอร์ยานยนต์ของ Arm ได้อย่างราบรื่น ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านประสิทธิภาพและศักยภาพ มาพร้อมกับการมีส่วนสนับสนุนของ Arm และ TI ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ LeddarVision: Arm ขับเคลื่อนนวัตกรรม ADAS ด้วยแพลตฟอร์มประมวลผลขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้งานในยานยนต์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของ LeddarVision การปรับปรุงอัลกอริธึมที่เป็นหัวใจสำคัญของประสิทธิภาพภายในระบบการรับรู้และชุดฟิวชัน ADAS สำหรับ CPU ของ Arm ทำให้ Arm และ LeddarTech ลดปัญหาคอขวดในการประมวลผลและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโดยรวมได้สำเร็จโดยใช้ Arm Cortex-A720AE CPU สำรวจความร่วมมือที่ก้าวล้ำนี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น กรณีศึกษานี้ให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการทำงานของทั้งสององค์กรในการพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของนวัตกรรมและเป็นผู้บุกเบิกอนาคตด้านความปลอดภัยในยานยนต์ โปรเซสเซอร์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ TDA4 ของ Texas Instruments (TI) ที่บูรณาการได้ดีเยี่ยมและคุ้มค่า ได้ถูกนำมาใช้ใน LeddarVision Front-Entry (LVF-E) ซึ่งถือเป็นโซลูชันการรับรู้แบบฟิวชันระดับต่ำที่ครอบคลุมตัวแรกในตลาดที่ใช้โปรเซสเซอร์ TDA4VE-Q1 เพียงอย่างเดียว การใช้งานที่มีประสิทธิภาพบนโปรเซสเซอร์ TDA4VE-Q1 ช่วยให้มีต้นทุนระบบต่ำที่สุดสำหรับ ADAS ระดับเริ่มต้น L2/L2+ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพของระบบ TDA4VE-Q1 ที่ประมวลผลเซนเซอร์ฟิวชันในระดับต่ำ มอบการประมวลผลประสิทธิภาพสูงสำหรับทั้งอัลกอริธึมการมองเห็นแบบเดิมและการเรียนรู้เชิงลึก รวมถึงการเร่งความเร็วในการประมวลผลล่วงหน้า เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงในการบูรณาการระบบในขณะที่ใช้พลังงานและต้นทุนของระบบต่ำ สมาชิกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Tda4 ที่สามารถใช้งานร่วมกันทั้งในด้านขาเชื่อมต่อและซอฟต์แวร์ ทำให้สามารถปรับขนาดให้เหมาะกับระบบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าหรือระบบที่มีต้นทุนต่ำกว่า

Duck Creek Technologies เปิดตัว Payments Facilitator เพื่อสร้างโซลูชันการชำระเงินประกันภัยแบบครบวงจร

โซลูชันใหม่ช่วยให้การชำระเงินของบริษัทประกันง่ายขึ้น โดยมอบความสามารถในการทำธุรกรรมที่ปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Duck Creek ที่พิสูจน์แล้ว บอสตัน, Oct. 03, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Duck Creek Technologies ผู้ให้บริการโซลูชันอัจฉริยะที่กำหนดอนาคตของการประกันภัยทรัพย์สินและวินาศภัย (P&C) รวมถึงการประกันภัยทั่วไป ได้เปิดตัวโซลูชันการชำระเงินล่าสุดที่มุ่งเน้นการประกันภัย Duck Creek Payments Facilitator โซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจรที่ทันสมัยนี้ตอบสนองความซับซ้อนของการชำระเงินในส่วนการประกันภัย โดยให้บริษัทประกันภัยเข้าถึงวิธีการชำระเงินดิจิทัลสำหรับทั้งการเก็บและจ่ายเงิน Duck Creek Payments Facilitator เสนอโซลูชันระดับโลก ที่นำความสามารถแบบเรียลไทม์ เช่น FedNow มารวมเข้ากับบริการการชำระเงินแบบดั้งเดิมและฟังก์ชันการทำงาน Banking as a Service (BaaS) เช่น การทำธุรกรรมผ่านการโอนเงินไปยังบัตร หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ตอนนี้ บริษัทประกันสามารถเก็บหรือจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์ โดยเลือกใช้เทคโนโลยีการชำระเงินใด ๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด “ภาพลักษณ์ของการประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกวันนี้ บริษัทประกันจึงต้องการมากกว่าแค่โซลูชันทางธุรกรรม โดยต้องมีวิธีการที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับอนาคตในการประมวลผลการชำระเงินทั่วโลก” คุณ Jess Keeney ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่ง Duck Creek Technologies กล่าว “Duck Creek Payments Facilitator มอบความสามารถอย่างแท้จริงที่ช่วยให้บริษัทประกันจัดการการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนในทันที และการชำระเบี้ยประกันแบบเรียลไทม์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทั้งหมดนี้ผ่านโซลูชันเดียวที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว” Duck Creek Payments รวมถึง Duck Creek Payments Facilitator และ Duck Creek Payments Orchestrator ได้เปิดตัวเมื่อต้นปีนี้ Duck Creek Payments Orchestrator ได้รับการออกแบบมาเพื่อผสานรวมกับระบบที่บริษัทประกันมีอยู่ได้อย่างราบรื่น ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการผสานรวมของบริษัทประกันอย่างมาก ในขณะที่ยังคงเข้าถึงระบบชำระเงินทั่วโลกทั้งหมดได้ “ขณะที่เรายังสร้างนวัตกรรมและขยายข้อเสนอต่อไป สิ่งที่เรามุ่งเน้นยังคงเป็นการแก้ไขปัญหาวิกฤติมากที่สุดที่ลูกค้าของเรากำลังเผชิญ” คุณ Michael Jackowski ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Duck Creek Technologies กล่าว “Duck Creek Payments Facilitator ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการเชิงปฏิบัติการเฉพาะตัวของบริษัทประกัน โดยการนำความสามารถนี้ใส่เข้าไปในแพลตฟอร์ม

Recent Posts