Search
Close this search box.

Category: Press Releases

ห้าแผนภูมิที่แสดงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

จีนยังคงเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยพลังงานคาร์บอนต่ำ ลอนดอนและฮิวสตัน และสิงคโปร์, Dec. 13, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — ในขณะที่ภูมิทัศน์ด้านพลังงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการลดคาร์บอน การใช้ไฟฟ้า และการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ Wood Mackenzie ได้เผยแพร่แผนภูมิที่น่าสนใจห้าอัน ซึ่งเน้นย้ำถึงแนวโน้มสำคัญที่กำหนดทิศทางของภาคส่วนนี้ในรายงาน Horizons ฉบับล่าสุด แผนภูมิเหล่านี้ซึ่งอยู่ในรายงานที่มีชื่อว่า “Conversation Starters: Five Energy Charts to Get You Talking” (จุดเริ่มการสนทนา: ห้าแผนภูมิพลังงานที่จะทำให้คุณพูดคุย) ให้ข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าเกี่ยวกับพลวัตของตลาดพลังงาน ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ระบบไฟฟ้าของเศรษฐกิจหลักไปจนถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้มากขึ้น “แผนภูมิเหล่านี้ติดตามความมหัศจรรย์ของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในปี 2025 และปีต่อ ๆ ไป โดยครอบคลุมระหว่างตลาดไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งเป็นกรณีที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านในทะเลเหนือ ที่นับเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าเกี่ยวกับ CCS และการเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ” ผู้เขียน Malcolm Forbes-Cable รองประธาน ฝ่ายที่ปรึกษาการจัดการต้นน้ำและคาร์บอนที่ Wood Mackenzie กล่าว ในรายงาน Horizons เรื่อง “Top of the Charts: Five Energy Charts to Make You Think” (อันดับสูงสุดของแผนภูมิ: ห้าแผนภูมิพลังงานที่จะทำให้คุณคิด) แผนภูมิแต่ละอันได้รับการประเมินตาม “Wow Factor” (ปัจจัยที่น่าตื่นเต้น) ความน่าดึงดูดใจในเชิงสนทนา เครื่องบ่งชี้ทางอุตสาหกรรม และความไม่สอดคล้องกัน ซึ่งมอบมุมมองใหม่ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การขนส่งของจีน: กระตุ้นการใช้ไฟฟ้าอย่างแท้จริง จีนยังคงเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมุ่งจัดหาพลังงานไฟฟ้า 50% จากพลังงานคาร์บอนต่ำ เช่น พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานนิวเคลียร์ และการกักเก็บพลังงาน ภายในปี 2028 ตามข้อมูลของ Wood Mackenzie รายงานดังกล่าวยังคาดการณ์ว่ากำลังไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม จะสูงกว่าการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินภายในปี 2037 “โลกไม่เคยพบเห็นความรวดเร็วในการเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงของระบบพลังงานอย่างที่จีนกำลังทำได้ในปัจจุบันนี้มาก่อน” Forbes-Cable กล่าว “ภายในปี 2025

Mavenir และ Boost Mobile ประสบความสำเร็จในการได้รับการรับรองและให้บริการเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกในอุตสาหกรรมสำหรับการส่งมอบ Open RAN ระหว่างผู้จำหน่ายบนเครือข่าย Boost Mobile ในสหรัฐอเมริกา

โซลูชัน Open RAN เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เฟซ 3GPP Xn ภายในโครงสร้างพื้นฐาน 5G ของ Boost Mobile เพื่อการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อ ลูกค้าของ Boost Mobile จะได้สัมผัสประสบการณ์การให้บริการที่ไม่หยุดชะงักและสม่ำเสมอในพื้นที่ที่ใช้ผู้จำหน่าย Open RAN แบบผสม ริชาร์ดสัน เท็กซัส, Dec. 12, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir และ Boost Mobile (เดิมชื่อ DISH Wireless) ประกาศการเป็นรายแรกในการส่งมอบ Open RAN ระหว่างผู้จำหน่ายในอุตสาหกรรม โดยใช้อินเทอร์เฟซ 3GPP Xn ทั่วทั้งเครือข่าย Boost Mobile เหตุการณ์สำคัญนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นระหว่างผู้จำหน่ายคลื่นวิทยุ Open RAN (O-RAN) ที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า O-RAN ไม่เพียงแต่สามารถใช้งานได้จริงเท่านั้น แต่ยังประสบความสำเร็จในการปรับใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงอีกด้วย อินเทอร์เฟซ Xn ซึ่งกำหนดโดย 3GPP สำหรับ 5G NR ช่วยให้การสื่อสารระหว่างโหนด RAN จากผู้จำหน่ายที่แตกต่างกันนั้นสะดวกขึ้น จึงช่วยให้การโทรเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงักและช่วยให้ผู้ใช้มีประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น RAN ที่มีอินเทอร์เฟซที่เป็นกรรมสิทธิ์นั้น จำกัดผู้ให้บริการให้ต้องพึ่งพาเครือข่ายแหล่งเดียวที่จำกัดการใช้งานในระดับภูมิภาค อินเทอร์เฟซ Xn ช่วยให้เชื่อมต่อโหนด RAN ระหว่างกันทั้งแบบเปิดและแบบปิดได้ ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันมากขึ้นและส่งเสริมความยืดหยุ่นของผู้จำหน่ายในภูมิภาคเดียวกัน การรับรองที่ได้รับจาก Mavenir ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายคลื่นวิทยุบุคคลที่สามและ Boost Mobile ได้เน้นย้ำถึงความครบถ้วนสมบูรณ์ของ 3GPP และ O-RAN และความเป็นไปได้ในการบรรลุสภาพแวดล้อมของผู้จำหน่ายหลายรายอย่างแท้จริง เทคโนโลยี O-RAN ช่วยให้มั่นใจได้ว่า อุปกรณ์พกพาสามารถสลับไปมาระหว่างส่วนประกอบเครือข่ายต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ เนื่องจากใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เฟซแบบเปิดและการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น ลูกค้าของ Boost Mobile สามารถเพลิดเพลินไปกับบริการที่ไม่หยุดชะงักและการเชื่อมต่อที่สม่ำเสมอ เนื่องจากเครือข่ายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถจัดการการเปลี่ยนผ่านการเคลื่อนที่ระหว่างโซลูชันของผู้จำหน่าย O-RAN ต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นโดยไม่หยุดชะงัก การประสบความสำเร็จในการนำการส่งมอบระหว่างผู้จำหน่ายมาใช้งานถือเป็นตัวอย่างของคุณค่าของอินเทอร์เฟซแบบเปิดและศักยภาพของสถาปัตยกรรม

CGTN: ขาขึ้น: มาเก๊าขึ้นสู่ระดับใหม่ในการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ

CGTN ได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับวิธีที่มาเก๊าส่งเสริมความหลากหลายทางเศรษฐกิจในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา กรุงปักกิ่ง, Dec. 12, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Hui Ho-Kit นักศึกษาปริญญาตรีที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาในรัฐแคลิฟอร์เนีย แล้วเดินทางกลับสู่บ้านเกิดในเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (SAR) ด้วยพันธกิจใหม่ที่จะนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดจากจีนแผ่นดินใหญ่มาใช้ในเมืองมาเก๊าแห่งนี้ โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและโอกาสที่ได้จากเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) เขาสามารถก่อตั้งธุรกิจของตนและดึงเอาระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตของภูมิภาคออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ สภาพแวดล้อมของการเป็นผู้ประกอบการในเขต GBA นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะ Hui กล่าวว่า “แต่ละเมืองต่างก็ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของตน – มาเก๊ามีทรัพยากรเกี่ยวกับโปรตุเกส ฮ่องกงมีจุดแข็งในด้านการเงิน และเซินเจิ้นเป็นผู้นำในระบบการผลิตอัจฉริยะ (พวกเขา) ทำงานร่วมกันได้ใกล้ชิดและสะดวกมาก” เรื่องราวของเขาเน้นให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในมาเก๊า ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาธุรกิจคาสิโนเพียงอย่างเดียว และในปัจจุบันนี้เริ่มเปิดรับและส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เมืองมาเก๊าได้พลิกโฉมไปอย่างมากนับแต่กลับคืนสู่จีนในปี 1999 ในอดีตเป็นที่รู้จักกันดีในด้านคาสิโนและการท่องเที่ยว มาเก๊าได้หันมาเน้นการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เขต GBA มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยช่วยให้มาเก๊ามีเครื่องมือที่จะพัฒนาภาคธุรกิจในหลากหลายด้าน เช่น เทคโนโลยี การเงิน และวัฒนธรรม วันนี้ จากการผสานรวมสู่กรอบภูมิภาคที่กว้างขึ้น มาเก๊าไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางการท่องเที่ยวแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังได้ขยายไปสู่ศูนย์กลางทางนวัตกรรม ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลของเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (SAR) ได้ประกาศแผนการพัฒนาสำหรับเมืองมาเก๊าในการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2028 แผนฉบับนี้อธิบายถึงการวางแผนและการเตรียมการที่เฉพาะเจาะจงเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกิจกรรมสันทนาการ การแพทย์แผนจีนและสุขภาพ เทคโนโลยีใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูง การจัดประชุมนานาชาติและงานแสดงสินค้า รวมทั้งวัฒนธรรมและกีฬา แผนดังกล่าวยังสอดคล้องกันกับแนวโน้มการเติบโตที่มุ่งเน้นบทบาทของเมืองมาเก๊าในการขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ รายได้จากความร่วมมือด้านการศึกษาและวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม และจำนวนโครงการสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในสถาบันอุดมศึกษาของมาเก๊ายังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปีที่แล้ว รายได้จากความร่วมมือด้านการศึกษาและวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมสูงถึงประมาณ 475 ล้านปาตาการ์ (ประมาณ $59.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สิทธิบัตรการประดิษฐ์มากกว่า 340 ฉบับได้รับการจดทะเบียนระหว่างปี 2019 ถึงกันยายน 2024 มาเก๊ายังมีการดำเนินการอย่างแข็งขันให้สอดคล้องกันกับความมุ่งมั่นในการขยายการสำรวจอวกาศให้มากขึ้นของจีนแผ่นดินใหญ่อีกด้วย โดยได้ส่งดาวเทียมเพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ดวงแรกของตนขึ้นสู่วงโคจรที่ศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิวฉวนในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญของกลยุทธ์การสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจของมาเก๊าคือการเข้าร่วมในการส่งเสริมงานอีเวนท์ขนาดใหญ่ เช่น งานประกวดดอกไม้ไฟนานาชาติ เทศกาลดนตรีนานาชาติ การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ งานอีเวนท์เหล่านี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปี มีส่วนช่วยในการสูบฉีดเติมพลังใหม่ ๆ เข้าสู่เศรษฐกิจของมาเก๊าและลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมหลักดั้งเดิมของมาเก๊า เช่น ธุรกิจคาสิโน โดยกิจกรรมทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ชื่อเสียงของมาเก๊าในฐานะที่เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลังเศรษฐกิจของมาเก๊าที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การจัดตั้งเขตความร่วมมือกวางตุ้ง-มาเก๊า ในเขตเหิงฉิน เมืองจูไห่ที่อยู่ทางใต้ของจีน

Mavenir และ Terrestar ประสบความสำเร็จสำคัญด้านเครือข่าย NB-IoT ที่ไม่ได้ติดตั้งในภาคพื้น ด้วยการทดลองใช้งานข้อมูลสดเป็นครั้งแรก

Terrestar พร้อมด้วยความช่วยเหลือของ Mavenir ยังได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งทุ่มเทให้กับการทดสอบและการบูรณาการด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมมาตรฐานในเมืองมอนทรีออล ริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส, Dec. 11, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายระบบคลาวด์เนทีฟที่มุ่งสร้างอนาคตของเครือข่าย และ Terrestar Solutions Inc. (TSI) ผู้ให้บริการดาวเทียมเคลื่อนที่ชั้นนำของแคนาดา ได้ประสบความสำเร็จที่ถือเป็นก้าวสำคัญด้วยการดำเนินการทดสอบข้อมูลสด NB-IoT ครั้งแรกผ่านดาวเทียม TSI Echostar T1 ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ไม่ได้ติดตั้งในภาคพื้น (NTN) ในวงโคจรค้างฟ้า (GEO) การทดสอบครั้งนี้ดำเนินการภายใต้สภาวะจริงแทนการจำลอง ซึ่งแสดงให้เห็นความทนทานของเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ ทั้งสองบริษัทได้ทำการทดสอบ NB-IoT สำหรับเครือข่าย NTN โดยใช้การทดสอบแบบผ่านทางอากาศ (over-the-air) ที่อัลลัน พาร์ค ออนแทรีโอ โดยแสดงให้เห็นฟังก์ชันหลัก เช่น การเชื่อมต่อเครือข่าย การแบ่งหน่วยความจำ ปิง การเชื่อมต่อข้อมูล และการส่งข้อมูลที่ไม่มีการใช้ (NIDD) การทดสอบยังรวมถึงการเชื่อมต่อที่ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อยืนยันความพร้อมของโซลูชันของ Mavenir ในสภาวะจริง การทดสอบข้อมูลสำเร็จได้ด้วยการใช้โมดูล IoT เชิงพาณิชย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเทคโนโลยีนี้สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานจาก 3GPP จากผู้ให้บริการต่าง ๆ Mavenir ได้พัฒนา Radio Access Network (RAN) แบบกำหนดเองเพื่อให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สถานีพื้นฐานของดาวเทียม TSI ได้อย่างไร้รอยต่อ ตามโครงสร้างพื้นฐานของ TSI เพื่อให้บริการ NB-IoT ผ่านดาวเทียม ความสำเร็จก้าวสำคัญนี้เป็นการวางรากฐานสำหรับความก้าวหน้าในอนาคต เนื่องจาก Mavenir และ TSI กำลังพัฒนาเพิ่มความสามารถในการให้บริการ รวมถึงบริการรับสายทางโทรศัพท์และ 5G NR พร้อมทั้งวางแผนขยายการทดสอบไปยังสถานที่เพิ่มเติมทั่วแคนาดา เพื่อให้บริการครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ห่างไกลที่สุด แผนผังเครือข่าย NB-IoT ที่ไม่ได้ติดตั้งในภาคพื้นของ TSI และ Mavenir Mavenir และ Terrestar ประสบความสำเร็จสำคัญด้านเครือข่าย NB-IoT

Duck Creek Technologies เสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมผู้นำฝ่ายขายทั่วโลกด้วยการแต่งตั้งเชิงกลยุทธ์ในอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC)

การจ้างผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ช่วยเสริมความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ขับเคลื่อนการเติบโตในระดับโลก และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมประกันภัยในปี 2025 และต่อไปในอนาคต บอสตัน, Dec. 11, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Duck Creek Technologies ผู้ให้บริการโซลูชันอัจฉริยะระดับโลก ซึ่งกำหนดอนาคตของธุรกิจประกันภัยทรัพย์สินและวินาศภัย (P&C) รวมถึงประกันภัยทั่วไป ได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงที่มากประสบการณ์สามคนเข้าร่วมทีมผู้นำระดับโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงให้แก่บริษัทและลูกค้า ผู้บริหารเหล่านี้ ได้แก่ William Magowan รองประธานอาวุโสฝ่ายขายประจำอเมริกาเหนือ, Elodie Hilderal กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา และ Christian Erickson กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยทั้งสามคนจะทำงานร่วมกับองค์กรในวงกว้างเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการขยายธุรกิจและเพิ่มรายได้ พร้อมทั้งรับรองการส่งมอบประสบการณ์ระดับโลกให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรของ Duck Creek ทั่วโลก William, Elodie และ Christian มีประสบการณ์อย่างลึกซึ้งในด้านเทคโนโลยีประกันภัย ซึ่งรวมถึงการทำงานภายใน Duck Creek: William Magowan กลับมาร่วมงานกับ Duck Creek อีกครั้งในตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายขายประจำอเมริกาเหนือ โดยสั่งสมประสบการณ์ 20 ปีในฐานะผู้นำฝ่ายขายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีประกันภัย William ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่โดดเด่นในการพัฒนาและนำทีมขายประสิทธิภาพสูง ขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม Elodie Hilderal ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในบทบาทรองประธานฝ่ายขายของ Duck Creek โดย Elodie เป็นผู้นำที่มากความสามารถและมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจด้านการประกันภัยและการประกันภัยต่อ ซึ่งตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เธอได้ดำรงตำแหน่งผู้นำในด้านการขาย บริการระดับมืออาชีพ และความสำเร็จของลูกค้า Christian Erickson นำประสบการณ์กว่า 25 ปีในด้านซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร ระบบคลาวด์ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริการระดับมืออาชีพ มาใช้กับบทบาทใหม่ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก่อนร่วมงานกับ Duck Creek นั้น Christian เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินและประกันภัยในบริษัทหลายแห่ง รวมถึง Cognizant และ Accenture โดยมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการเติบโต ความสำเร็จของลูกค้า และบริการระดับมืออาชีพ “การแต่งตั้ง William, Elodie และ

Recent Posts