Search
Close this search box.

Day: October 29, 2025

Green Building Initiative และ Global Electronics Council ร่วมมือกันเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารทั้งหลัง

พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน, Oct. 29, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — Green Building Initiative (GBI) ประกาศว่าจะมีการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อม EPEAT® ของ Global Electronics Council (GEC) เป็นช่องทางเพิ่มเติมในการประเมินความยั่งยืนและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ภายใต้การรับรอง GBI Ascent และ Green Globes® ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความยั่งยืนในระดับผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพในระดับอาคาร ช่วยให้สามารถประเมินประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างครอบคลุมมากขึ้นทั่วทั้งสภาพแวดล้อมอาคาร “เรามีความยินดีที่จะส่งเสริมการใช้งานฉลาก EPEAT ในฐานะแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดจ้างและผู้ผลิต เพื่อสนับสนุนการส่งมอบและการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในตลาด” Vicki Worden ประธานกรรมการบริหารของ GBI กล่าว “การใช้พลังงานในสภาพแวดล้อมอาคารกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ติดตั้งอยู่ในอาคารสามารถทำงานได้” Bob Mitchell ประธานกรรมการบริหารของ Global Electronics Council กล่าว “การบูรณาการฉลาก EPEAT เข้ากับการรับรอง Green Globes และ Ascent ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการใช้พลังงานและผลกระทบด้านความยั่งยืนอื่น ๆ ของอุปกรณ์ ICT ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลและอาคารที่ได้รับการรับรองจาก GBI จะลดลงเหลือน้อยที่สุด เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับความร่วมมือครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นนี้ และตั้งตารอที่จะร่วมงานกับ GBI เพื่อช่วยให้สมาชิกขององค์กรนำอุปกรณ์ ICT ที่จดทะเบียน EPEAT มาใช้” การรับรอง Green Globes และ Ascent ของ GBI ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม และมีแนวทางการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่หลากหลาย ทำให้การรับรองด้านความยั่งยืนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับอาคารหลากหลายประเภท การบูรณาการฉลาก EPEAT เพิ่มทั้งความยืดหยุ่นและความรับผิดชอบให้กับผู้ใช้ Green Globes และ Ascent พร้อมทั้งช่วยลดความเสี่ยงควบคู่ไปกับการบรรลุผลลัพธ์ที่วัดผลได้ ด้วยความร่วมมือกัน GBI และ GEC กำลังจัดเตรียมทีมโครงการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ลึกซึ้งขึ้นและวัดผลได้ ณ ปัจจุบัน มีศูนย์ข้อมูลมากกว่า 25 ล้านตารางฟุตได้รับการรับรองหรือกำลังดำเนินการยื่นขอรับรอง Green Globes หรือ Ascent ใน

Datavault AI เปิดตัวยูเนียนข้อมูลที่เป็นนวัตกรรม 2 รายการ เพื่อแปลงข้อมูลประกันภัยและบัญชีเป็นโทเคน ซึ่งช่วยปลดล็อกรายได้ประจำปี (ARR) ให้แก่ผู้ประกอบการอิสระ

Data Vault Bank® พร้อมด้วยระบบ Smart Contracting DataScore® และ DataValue® นำเสนอโซลูชันที่ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิบัตรเพื่อการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ข้อมูลร่วม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ปรากฏเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม นิวยอร์ก, Oct. 29, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ผ่านทาง IBN – Datavault AI Inc. (Nasdaq: DVLT) ผู้นำด้านการแปลงข้อมูลเป็นโทเคนและการจัดการข้อมูล ได้ประกาศการสร้างยูเนียนที่ก้าวล้ำสองรายการ ได้แก่ ยูเนียนข้อมูลประกันภัย โดยร่วมมือกับตัวแทนและนายหน้าประกันภัยอิสระแห่งอเมริกา (Big “I”) และเครือข่ายตัวแทน/นายหน้าอิสระทั่วประเทศ และยูเนียนข้อมูลบัญชี โดยร่วมมือกับสำนักงานบัญชีสองเอกชนชั้นนำสองแห่งจากแต่ละรัฐของสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาดัชนีหุ้นเอกชนที่ครอบคลุมบริษัทนับพันแห่งจากทุกภาคส่วนธุรกิจ ยูเนียนเหล่านี้จะแปลงข้อมูลประกันภัยและบัญชีแบบไม่ระบุตัวตนเป็นโทเคน ช่วยให้สามารถสร้างรายได้อย่างปลอดภัยและขยายขนาดได้ง่าย พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรของ Datavault AI และแพลตฟอร์ม Information Data Exchange Tim Varone ผู้อำนวยการฝ่ายขายสวัสดิการประกันสุขภาพ ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 25 ปี และเป็นที่ปรึกษาให้แก่ Datavault AI มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า […]

Datavault AI เปิดตัวยูเนียนข้อมูลที่เป็นนวัตกรรม 2 รายการ เพื่อแปลงข้อมูลประกันภัยและบัญชีเป็นโทเคน ซึ่งช่วยปลดล็อกรายได้ประจำปี (ARR) ให้แก่ผู้ประกอบการอิสระ

Data Vault Bank® พร้อมด้วยระบบ Smart Contracting DataScore® และ DataValue® นำเสนอโซลูชันที่ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิบัตรเพื่อการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ข้อมูลร่วม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ปรากฏเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม นิวยอร์ก, Oct. 29, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ผ่านทาง IBN – Datavault AI Inc. (Nasdaq: DVLT) ผู้นำด้านการแปลงข้อมูลเป็นโทเคนและการจัดการข้อมูล ได้ประกาศการสร้างยูเนียนที่ก้าวล้ำสองรายการ ได้แก่ ยูเนียนข้อมูลประกันภัย โดยร่วมมือกับตัวแทนและนายหน้าประกันภัยอิสระแห่งอเมริกา (Big “I”) และเครือข่ายตัวแทน/นายหน้าอิสระทั่วประเทศ และยูเนียนข้อมูลบัญชี โดยร่วมมือกับสำนักงานบัญชีสองเอกชนชั้นนำสองแห่งจากแต่ละรัฐของสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาดัชนีหุ้นเอกชนที่ครอบคลุมบริษัทนับพันแห่งจากทุกภาคส่วนธุรกิจ ยูเนียนเหล่านี้จะแปลงข้อมูลประกันภัยและบัญชีแบบไม่ระบุตัวตนเป็นโทเคน ช่วยให้สามารถสร้างรายได้อย่างปลอดภัยและขยายขนาดได้ง่าย พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรของ Datavault AI และแพลตฟอร์ม Information Data Exchange Tim Varone ผู้อำนวยการฝ่ายขายสวัสดิการประกันสุขภาพ ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 25 ปี และเป็นที่ปรึกษาให้แก่ Datavault AI มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่มีหลายตลาดพร้อมจะได้รับการปฏิวัติผ่านโซลูชันที่จดสิทธิบัตรของ Datavault มีเพียงไม่กี่ตลาดที่มีสินทรัพย์ข้อมูลภาคประกันภัยและบัญชี ยูเนียนข้อมูล ซึ่งขับเคลื่อนด้วยสัญญาอัจฉริยะและการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ได้เปลี่ยนขอบเขตความเป็นไปได้ไปอย่างสิ้นเชิง” ยูเนียนข้อมูลของตัวแทนและนายหน้าประกันภัยอิสระที่ดำเนินงานโดยไม่ขึ้นตรงกับรัฐใด ๆ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมเป็นสมาชิกยูเนียนได้ ยูเนียนจะชำระเงินสดให้แก่สินทรัพย์ข้อมูลที่มีคุณสมบัติ ซึ่งได้รับการประเมินด้านคุณภาพ ความสมบูรณ์ ความถูกต้อง และการกำกับดูแลผ่าน DataScore, DataValue และ Data Vault Bank ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร โซลูชันตัวแทนที่ได้รับการจดสิทธิบัตรช่วยให้บริษัทประกันภัย นายหน้า หรือสำนักงานบัญชีอิสระสามารถสร้างกระเป๋าเงินและบัญชีเพื่อแปลงข้อมูลเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโทเคนที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และรองรับสัญญาอัจฉริยะ โซลูชันระบบเศรษฐกิจโทเคนจะทำให้สินทรัพย์ข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน และใช้ AI ในการจัดการทั้งการเพิ่มผลตอบแทนทางการเงินสูงสุดและการรให้ข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริงใน Web 3.0 รูปแบบใหม่ สัญญาอัจฉริยะที่ Datavault AI จัดหาให้จะสร้างสำเนา creData สำหรับการขายในรูปแบบโทเคน ซึ่งสามารถแลกได้เมื่อจำหน่ายโดยตรงให้กับตัวแทนอิสระ รวมถึงยังสามารถจัดทำเป็นดัชนีและจัดเรียงอย่างเป็นระบบ ด้วยการเปลี่ยนสมาชิกยูเนียนให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการสร้างรายได้จากข้อมูล Datavault AI

Ambiq เปิดตัว Apollo510 Lite SoCs เพื่อขับเคลื่อนอุปกรณ์ Always-On Edge พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธแบบสองโหมด

Apollo510 Lite SoC Series ใหม่มอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประสิทธิภาพด้าน AI ที่ก้าวล้ำ เพื่ออุปกรณ์เชื่อมต่อที่ชาญฉลาดและใช้งานได้นานยิ่งขึ้น ออสติน รัฐเท็กซัส, Oct. 29, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — Ambiq Micro, Inc. (“Ambiq”) ผู้ให้บริการระดับแนวหน้าด้านโซลูชัน AI และเซมิคอนดักเตอร์พลังงานต่ำพิเศษ ได้ประกาศเปิดตัว Apollo510 Lite System-on-Chip (SoC) Series ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Apollo5 ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่พร้อมทำงานตลอดเวลาบนอุปกรณ์ปลายทาง โดยมอบความสามารถในการประมวลผลด้วย AI ขั้นสูง การเชื่อมต่อไร้สายแบบหลายโปรโตคอล และประสิทธิภาพการใช้พลังงานชั้นนำของอุตสาหกรรม เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับอุปกรณ์รุ่นถัดไป ตั้งแต่อุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงเซนเซอร์ IoT สำหรับอุตสาหกรรมและอาคารอัจฉริยะ การเปลี่ยนแปลงความเป็นไปได้บนอุปกรณ์ปลายทาง “Apollo510 Lite Series ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชัน AI พลังงานต่ำพิเศษของ Ambiq โดยการนำความสามารถของ Edge AI มาสู่กลุ่มอุปกรณ์และการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์สวมใส่ การดูแลสุขภาพ ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงสมาร์ทโฮม” Fumihide Esaka ประธานกรรมการบริหารของ Ambiq […]

Ambiq เปิดตัว Apollo510 Lite SoCs เพื่อขับเคลื่อนอุปกรณ์ Always-On Edge พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธแบบสองโหมด

Apollo510 Lite SoC Series ใหม่มอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประสิทธิภาพด้าน AI ที่ก้าวล้ำ เพื่ออุปกรณ์เชื่อมต่อที่ชาญฉลาดและใช้งานได้นานยิ่งขึ้น ออสติน รัฐเท็กซัส, Oct. 29, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — Ambiq Micro, Inc. (“Ambiq”) ผู้ให้บริการระดับแนวหน้าด้านโซลูชัน AI และเซมิคอนดักเตอร์พลังงานต่ำพิเศษ ได้ประกาศเปิดตัว Apollo510 Lite System-on-Chip (SoC) Series ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Apollo5 ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่พร้อมทำงานตลอดเวลาบนอุปกรณ์ปลายทาง โดยมอบความสามารถในการประมวลผลด้วย AI ขั้นสูง การเชื่อมต่อไร้สายแบบหลายโปรโตคอล และประสิทธิภาพการใช้พลังงานชั้นนำของอุตสาหกรรม เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับอุปกรณ์รุ่นถัดไป ตั้งแต่อุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงเซนเซอร์ IoT สำหรับอุตสาหกรรมและอาคารอัจฉริยะ การเปลี่ยนแปลงความเป็นไปได้บนอุปกรณ์ปลายทาง “Apollo510 Lite Series ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชัน AI พลังงานต่ำพิเศษของ Ambiq โดยการนำความสามารถของ Edge AI มาสู่กลุ่มอุปกรณ์และการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์สวมใส่ การดูแลสุขภาพ ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงสมาร์ทโฮม” Fumihide Esaka ประธานกรรมการบริหารของ Ambiq กล่าว “ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการทำให้เทคโนโลยีอัจฉริยะสามารถใช้งานได้ทุกที่ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพหรือพลังงาน” ความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านประสิทธิภาพ Edge AI Apollo510 Lite Series สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Subthreshold Power Optimized Technology (SPOT®) ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Ambiq โดยมอบประสิทธิภาพที่เร็วกว่าถึง 16 เท่า และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงาน AI ดีขึ้นสูงสุดถึง 30 เท่า เมื่อเทียบกับโซลูชัน M4 หรือ M33 ที่เทียบเคียงกัน ความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพครั้งสำคัญนี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถปรับใช้เวิร์กโหลด AI ที่ซับซ้อน รวมถึงการวิเคราะห์สุขภาพ เซนเซอร์ฟิวชัน และการจดจำเสียง พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้อย่างมาก จุดเด่นของ Apollo510 Lite Series การประมวลผลประสิทธิภาพสูง: หน่วยประมวลผล Arm® Cortex®-M55