Search
Close this search box.

Day: January 15, 2026

Global digital entrepreneurship ecosystem index reveals stark gap between digital readiness and scaling capacity

Global digital entrepreneurship ecosystem index reveals stark gap between digital readiness and scaling capacity Leave a reply New global DEE Index shows that digital infrastructure alone no longer drives entrepreneurial success Report Cover Digital Entrepreneurship Ecosystem Index Report Cover Digital Entrepreneurship Ecosystem Index VIENNA, Jan. 15, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — The Vienna Institute for Global Studies (VIGS), an independent interdisciplinary research institute based in Vienna, published the 2026 Global Digital Entrepreneurship Ecosystem Index Report, offering one of the most comprehensive global assessments to date of how digitalization translates into entrepreneurial and economic outcomes across 170 economies. The findings point to

ดัชนีระบบนิเวศผู้ประกอบการดิจิทัลระดับโลกเผยให้เห็นช่องว่างที่ชัดเจนระหว่างความพร้อมด้านดิจิทัลและศักยภาพในการขยายธุรกิจ

DEE Index ระดับโลกฉบับใหม่ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนความสำเร็จของผู้ประกอบการได้อีกต่อไป Report Cover Digital Entrepreneurship Ecosystem Index เวียนนา, Jan. 15, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Vienna Institute for Global Studies (VIGS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยสหวิทยาการอิสระที่ตั้งอยู่ในเวียนนา ได้เผยแพร่รายงานดัชนีระบบนิเวศผู้ประกอบการดิจิทัลระดับโลกประจำปี 2026 ซึ่งนำเสนอหนึ่งในการประเมินภาพรวมที่ครอบคลุมมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลส่งผลต่อผลลัพธ์ด้านการเป็นผู้ประกอบการและเศรษฐกิจใน 170 ประเทศทั่วโลกอย่างไร ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์นวัตกรรมระดับโลก แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเชื่อมต่อ และทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐานจะขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่ความสามารถของแต่ละประเทศในการเปลี่ยนรากฐานเหล่านี้ให้เป็นกิจกรรมผู้ประกอบการที่สามารถขยายตัวได้ยังคงไม่เท่าเทียมกัน ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างความพร้อมด้านดิจิทัลกับผลกระทบทางเศรษฐกิจยิ่งกว้างขึ้น DEE Index ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2017 ถึง 2022 วัดปฏิสัมพันธ์เชิงระบบระหว่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แพลตฟอร์ม สถาบัน และศักยภาพเชิงผู้ประกอบการ รายงานดังกล่าวระบุว่า แม้ขีดความสามารถด้านดิจิทัลระดับโลกจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่การขยายตัวของธุรกิจสตาร์ทอัพ การเข้าถึงเงินทุนร่วมลงทุน และการพาณิชย์นวัตกรรมยังคงล่าช้าตามหลังอยู่ ดังนั้น การขยายตัวของผู้ประกอบการจึงกลายเป็นปัญหาคอขวดในเชิงโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก ประเทศที่มีรายได้สูง […]

ดัชนีระบบนิเวศผู้ประกอบการดิจิทัลระดับโลกเผยให้เห็นช่องว่างที่ชัดเจนระหว่างความพร้อมด้านดิจิทัลและศักยภาพในการขยายธุรกิจ

ดัชนีระบบนิเวศผู้ประกอบการดิจิทัลระดับโลกเผยให้เห็นช่องว่างที่ชัดเจนระหว่างความพร้อมด้านดิจิทัลและศักยภาพในการขยายธุรกิจ Leave a reply DEE Index ระดับโลกฉบับใหม่ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนความสำเร็จของผู้ประกอบการได้อีกต่อไป Report Cover Digital Entrepreneurship Ecosystem Index Report Cover Digital Entrepreneurship Ecosystem Index   เวียนนา, Jan. 15, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Vienna Institute for Global Studies (VIGS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยสหวิทยาการอิสระที่ตั้งอยู่ในเวียนนา ได้เผยแพร่รายงานดัชนีระบบนิเวศผู้ประกอบการดิจิทัลระดับโลกประจำปี 2026 ซึ่งนำเสนอหนึ่งในการประเมินภาพรวมที่ครอบคลุมมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลส่งผลต่อผลลัพธ์ด้านการเป็นผู้ประกอบการและเศรษฐกิจใน 170 ประเทศทั่วโลกอย่างไร ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์นวัตกรรมระดับโลก แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเชื่อมต่อ และทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐานจะขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่ความสามารถของแต่ละประเทศในการเปลี่ยนรากฐานเหล่านี้ให้เป็นกิจกรรมผู้ประกอบการที่สามารถขยายตัวได้ยังคงไม่เท่าเทียมกัน ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างความพร้อมด้านดิจิทัลกับผลกระทบทางเศรษฐกิจยิ่งกว้างขึ้น DEE Index ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2017 ถึง 2022 วัดปฏิสัมพันธ์เชิงระบบระหว่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แพลตฟอร์ม สถาบัน และศักยภาพเชิงผู้ประกอบการ รายงานดังกล่าวระบุว่า แม้ขีดความสามารถด้านดิจิทัลระดับโลกจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่การขยายตัวของธุรกิจสตาร์ทอัพ การเข้าถึงเงินทุนร่วมลงทุน และการพาณิชย์นวัตกรรมยังคงล่าช้าตามหลังอยู่ ดังนั้น การขยายตัวของผู้ประกอบการจึงกลายเป็นปัญหาคอขวดในเชิงโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก ประเทศที่มีรายได้สูง เช่น สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และสหราชอาณาจักร อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก โดยได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศที่สมดุล ซึ่งผสานสถาบันที่แข็งแกร่ง ตลาดทุนที่กว้างขวาง และแพลตฟอร์มดิจิทัลพัฒนาเต็มที่เข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน หลายภูมิภาคที่กำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงแอฟริกาใต้สะฮาราและเอเชียกลาง ก็มีอัตราการเติบโตสัมพัทธ์เร็วที่สุด โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อและทักษะทางดิจิทัล “เรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก” ศาสตราจารย์ ดร. Zoltán Ács ผู้อำนวยการ Vienna Institute for Global Studies กล่าว “การเข้าถึงทางดิจิทัลไม่ใช่ข้อจำกัดหลักอีกต่อไป ความท้าทายที่แท้จริงคือการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายธุรกิจ การเงิน และการประสานงานเชิงสถาบัน เพื่อที่ความพร้อมทางดิจิทัลจะสามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้” รายงานฉบับนี้เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้นำระบบนิเวศ

พลังของ K-Edu ที่ได้รับการพิสูจน์ในสถานศึกษาจริง, กรณีศึกษาการนำ K-FUN SCIENCE ที่มีศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติไปใช้ในหลักสูตร EP ของ Anvida School

K-FUN SCIENCE YONGIN-SI, South Korea, Jan. 15, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — มุมมองเกี่ยวกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยและประถมศึกษาจากเกาหลีในตลาดการศึกษาของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเดิมที่เน้นเพียงการนำคอนเทนต์การศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาใช้ แต่ปัจจุบันโปรแกรม K-Edu ที่ผ่านการพิสูจน์ผลลัพธ์ทางการศึกษาแล้วของเกาหลีกำลังได้รับการยอมรับในฐานะโซลูชันสำคัญที่ช่วยยกระดับ คุณภาพการศึกษาในบริบทท้องถิ่นอย่างแท้จริง และ K-FUN SCIENCE เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่อยู่ใจกลางของกระแสนี้ K-FUN SCIENCEเป็นโปรแกรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานองค์ความรู้ด้านการศึกษาปฐมวัยของเกาหลีที่ได้สั่งสมประสบการณ์มากว่า 20 ปีโดยออกแบบหลักสูตรที่มีกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เน้นกระบวนการสืบค้น การสังเกต และการทดลองซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เห็น สัมผัส และลงมือทดลองด้วยตัวเอง โดยจะช่วยให้เด็กเข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงทำให้ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วจากสถานศึกษาไทย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP (English Program) สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษโดยครูเจ้าของภาษาในโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP นั้นมีเกณฑ์สำคัญได้แก่▲โครงสร้างบทเรียนที่ครูสามารถเข้าใจได้ง่ายและนำไปใช้ได้ทันที ▲ระดับการมีส่วนร่วมของเด็กระหว่างเรียน ▲การมีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ชัดเจนหลังจบชั้นเรียน ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในแวดวงการศึกษาได้สะท้อนให้เห็นว่า K-FUN SCIENCE สามารถตอบโจทย์ทั้งสามประการนี้ได้อย่างครบถ้วน คู่มือการสอนซึ่งครูเจ้าของภาษาสามารถนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับหรือออกแบบใหม่โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทดลองการสืบค้น และมีผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจนหลังเรียนเสร็จซึ่งได้รับการประเมินในระดับสูงจากสถานศึกษา อีกหนึ่งปัจจัยที่ได้รับความสนใจอย่างมากนั่นคือ ความสมบูรณ์ของชุดอุปกรณ์และวัสดุการเรียนการสอนด้วยการเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน เน้นการใช้งานซ้ำได้อย่างต่อเนื่องรวมถึงออกแบบให้ปลอดภัยต่อมือเด็ก แต่ยังคงให้ผลการทดลองที่ชัดเจนพร้อมโครงสร้างแบบโมดูลที่สามารถปรับใช้ได้กับเด็กหลากหลายช่วงวัยจึงทำให้ช่วยลดภาระการเตรียมการสอนของครู และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือทางการศึกษาของโรงเรียนอีกด้วย โครงการ EP ของ Anvida School […]

พลังของ K-Edu ที่ได้รับการพิสูจน์ในสถานศึกษาจริง, กรณีศึกษาการนำ K-FUN SCIENCE ที่มีศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติไปใช้ในหลักสูตร EP ของ Anvida School

พลังของ K-Edu ที่ได้รับการพิสูจน์ในสถานศึกษาจริง, กรณีศึกษาการนำ K-FUN SCIENCE ที่มีศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติไปใช้ในหลักสูตร EP ของ Anvida School Leave a reply K-FUN SCIENCE K-FUN SCIENCE YONGIN-SI, South Korea, Jan. 15, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — มุมมองเกี่ยวกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยและประถมศึกษาจากเกาหลีในตลาดการศึกษาของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเดิมที่เน้นเพียงการนำคอนเทนต์การศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาใช้ แต่ปัจจุบันโปรแกรม K-Edu ที่ผ่านการพิสูจน์ผลลัพธ์ทางการศึกษาแล้วของเกาหลีกำลังได้รับการยอมรับในฐานะโซลูชันสำคัญที่ช่วยยกระดับ คุณภาพการศึกษาในบริบทท้องถิ่นอย่างแท้จริง และ K-FUN SCIENCE เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่อยู่ใจกลางของกระแสนี้ K-FUN SCIENCEเป็นโปรแกรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานองค์ความรู้ด้านการศึกษาปฐมวัยของเกาหลีที่ได้สั่งสมประสบการณ์มากว่า 20 ปีโดยออกแบบหลักสูตรที่มีกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เน้นกระบวนการสืบค้น การสังเกต และการทดลองซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เห็น สัมผัส และลงมือทดลองด้วยตัวเอง โดยจะช่วยให้เด็กเข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงทำให้ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วจากสถานศึกษาไทย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP (English Program) สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษโดยครูเจ้าของภาษาในโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP นั้นมีเกณฑ์สำคัญได้แก่▲โครงสร้างบทเรียนที่ครูสามารถเข้าใจได้ง่ายและนำไปใช้ได้ทันที ▲ระดับการมีส่วนร่วมของเด็กระหว่างเรียน ▲การมีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ชัดเจนหลังจบชั้นเรียน ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในแวดวงการศึกษาได้สะท้อนให้เห็นว่า K-FUN SCIENCE สามารถตอบโจทย์ทั้งสามประการนี้ได้อย่างครบถ้วน คู่มือการสอนซึ่งครูเจ้าของภาษาสามารถนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับหรือออกแบบใหม่โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทดลองการสืบค้น และมีผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจนหลังเรียนเสร็จซึ่งได้รับการประเมินในระดับสูงจากสถานศึกษา อีกหนึ่งปัจจัยที่ได้รับความสนใจอย่างมากนั่นคือ ความสมบูรณ์ของชุดอุปกรณ์และวัสดุการเรียนการสอนด้วยการเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน เน้นการใช้งานซ้ำได้อย่างต่อเนื่องรวมถึงออกแบบให้ปลอดภัยต่อมือเด็ก แต่ยังคงให้ผลการทดลองที่ชัดเจนพร้อมโครงสร้างแบบโมดูลที่สามารถปรับใช้ได้กับเด็กหลากหลายช่วงวัยจึงทำให้ช่วยลดภาระการเตรียมการสอนของครู และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือทางการศึกษาของโรงเรียนอีกด้วย โครงการ EP ของ Anvida School เป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนภาพของกระแสนี้ได้อย่างชัดเจนซึ่งหลังจากที่โรงเรียนได้นำ K-FUN SCIENCE มาใช้ในการเรียนการสอนนั้น ทำให้เด็กๆ มีความสนใจและตั้งใจเรียนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน ความกังวลของครูต่อการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษก็ลดลงอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาประเมินว่า กรณีศึกษานี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของโรงเรียนแห่งใดแห่งหนึ่งเท่านั้นแต่สะท้อนถึงศักยภาพในระดับที่กว้างกว่า ด้วยคอนเทนต์ที่ผ่านการพิสูจน์มาอย่างยาวนานในสถานศึกษาเกาหลีโครงสร้างการเรียนรู้ที่เน้นการเล่นและประสบการณ์เป็นศูนย์กลางควบคู่กับความลุ่มลึกทางการศึกษา รวมถึงความสามารถในการขยายผลสู่กลุ่มโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP ล้วนเป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านศักยภาพในการแข่งขันของ K-Edu ในตลาดการศึกษาเอเชีย ซึ่งการเข้าสู่ตลาดการศึกษาในประเทศไทยของ K-FUN SCIENCE ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพดังกล่าว ขณะที่เวทีของ K-Edu ได้ก้าวข้ามขอบเขตประเทศ และมุ่งสู่ตลาดการศึกษานานาชาติที่กว้างไกลยิ่งขึ้น รูปภาพประกอบของการแถลงนี้สามารถรับชมได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/d8ef41a2-c0dd-48ba-99a1-b4a63588848e Media contact: Lee Won